หน้าแรก / บทความ / AI สำหรับ Dev

Gemini 4 Argon คืออะไร? ใครใช้ได้ ลองผ่านแอปและ API แล้วคิดค่าใช้จ่ายเอง

รู้จัก Gemini 4 Argon โมเดลเรือธงตัวใหม่ของ Google แยกข้อมูลทางการออกจากตัวเลขโฆษณา ดูว่าใครใช้ได้ ลองในแอป Gemini และเรียก API ครั้งแรกด้วย Python หรือ JavaScript พร้อมสูตรคิดค่าใช้จ่ายทั้งราคาเปิดตัวและหลัง 1 ธ.ค. 2026

ทุกครั้งที่มีโมเดล AI ตัวใหม่ ฟีดจะเต็มไปด้วยตัวเลขคะแนน คำว่า "ดีที่สุด" และคลิปเดโมสวยๆ จนแยกไม่ออกว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือการตลาด และที่สำคัญกว่านั้นคือ เราใช้ได้ไหม ต้องจ่ายเท่าไร

Gemini 4 Argon คือโมเดลตัวใหม่ของ Google ที่ประกาศเมื่อ 30 ก.ย. 2026 และเปิดให้ใช้กว้างขึ้นเมื่อ 13 ต.ค. 2026 บทความนี้แยกให้เห็นว่าข้อมูลไหนมาจากหน้าทางการของ Google ข้อไหนยังไม่มีใครยืนยัน แล้วพาลองใช้ทั้งในแอปและผ่าน API พร้อมวิธีคิดค่าใช้จ่ายเองก่อนรันจริง

จบบทความนี้คุณจะ:

  • รู้ว่า Gemini 4 Argon ทำอะไรได้ และตัวเลขสเปกแต่ละตัวหมายถึงอะไร
  • อ่านตัวเลขผลงานที่ Google รายงานได้อย่างมีสติ
  • รู้ว่าใครใช้ได้บ้าง และลองในแอป Gemini ได้ยังไง
  • ขอคีย์ ติดตั้ง SDK และเรียก API ครั้งแรกด้วย Python หรือ JavaScript
  • คำนวณค่าใช้จ่ายต่อคำสั่งได้เอง ทั้งราคาช่วงเปิดตัวและหลัง 1 ธ.ค. 2026

ตัวเลขทั้งหมดเป็นของวันที่ 25 ต.ค. 2026 ข้อมูลมาจากหน้าทางการ (blog.google และเอกสาร Gemini API ที่ ai.google.dev) ตัวเลขผลงานเป็นสิ่งที่ Google รายงานเอง ยังไม่เห็นผลทดสอบอิสระ และราคาจะขึ้นหลัง 30 พ.ย. 2026 เช็กหน้าเอกสารล่าสุดก่อนใช้จริงทุกครั้ง

Gemini 4 Argon คืออะไร

Google บอกว่า Argon เป็นโมเดลแนวหน้าตัวใหม่ ที่เน้นสามงาน คืองานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ งานความรู้ในองค์กรอย่างกฎหมายและการเงิน และงานป้องกันภัยไซเบอร์ ส่วนเอกสาร API เรียกมันว่าโมเดลเรือธงด้านการคิดวิเคราะห์ (flagship reasoning model) สำหรับงานซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเอเจนต์ที่ทำงานหลายขั้นตอน

สเปก (จากเอกสาร Gemini API)ค่า
รหัสโมเดลgemini-4-argon (สถานะ Stable)
รับเข้าข้อความ รูป วิดีโอ เสียง และ PDF
ตอบออกข้อความอย่างเดียว
หน้าต่างบริบท1,048,576 token ใช้ร่วมกันทั้งอินพุต การคิด และเอาต์พุต
เอาต์พุตปกติสูงสุด 65,536 token (ขยายได้เกือบทั้งหน้าต่างด้วยโหมดรันเบื้องหลัง)
ระดับการคิดlow, medium (ค่าเริ่มต้น), high
ความสามารถอื่นเรียกฟังก์ชัน ผลลัพธ์แบบมีโครงสร้าง ค้นด้วย Google Search รันโค้ด และ Batch API

Token คือหน่วยที่โมเดลใช้นับข้อความ เทียบง่ายๆ ว่าเป็นชิ้นส่วนของคำ ส่วน หน้าต่างบริบท เหมือนขนาดโต๊ะทำงานของโมเดล ทุกอย่างที่เราส่งไป ทุกอย่างที่มันคิด และทุกอย่างที่มันตอบ ต้องวางบนโต๊ะตัวเดียวกันนี้

หน้าต่างบริบท 1,048,576 token ของ Gemini 4 Argon ใช้ร่วมกันทั้งอินพุต การคิด และเอาต์พุต โดยเอาต์พุตรวมการคิดถูกจำกัดที่ max_output_tokens ค่าเริ่มต้น 65,536
1 ล้าน token คือขีดรวม ไม่ใช่ความยาวคำตอบ

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่า 1 ล้าน token คือความยาวคำตอบ ที่จริงคือขีดรวมของทุกอย่าง และ token ที่ใช้คิดถูกนับเป็นเอาต์พุตด้วย ถ้าตั้งให้คิดหนัก ส่วนที่เหลือสำหรับคำตอบจะน้อยลง

อ่านตัวเลขผลงานยังไง

ในโพสต์ประกาศ Google รายงานตัวเลขเหล่านี้

ชุดทดสอบสิ่งที่วัดที่ Google รายงาน
DeepSWE v1.1งานวิศวกรรมซอฟต์แวร์77.9% (เรียกว่าสูงสุดในขณะนี้)
AutomationBench (Zapier)งานอัตโนมัติ51.3% อันดับ 1
LVBenchความเข้าใจวิดีโอยาว91.7%
CWE-bench v1การแก้ช่องโหว่68% เสมออันดับ 1
Vals Indexดัชนีรวมบอกว่าอันดับ 1 ไม่ได้ให้ตัวเลข
ERQAการคิดเรื่องร่างกายและพื้นที่87%

Google ยังเล่าตัวอย่างงานจริง เช่น ใช้ช่วยรีแฟกเตอร์โค้ดเก่าของ Chromium ราว 6 ล้านบรรทัดในหลายร้อยไฟล์ ซึ่งบอกว่าจาก "งานเป็นเดือนเหลือเป็นสัปดาห์" ทำให้ Gemma 4 E2B บน GPU A100 เร็วขึ้น 2.85 เท่า (จากราว 37,900 เป็นกว่า 108,000 token ต่อวินาที โดยผลลัพธ์ตรงกับของเดิม 100%) และสร้างงาน 3 มิติโดยคุม Blender ผ่าน MCP แล้วใช้ Three.js ทำฟิสิกส์ แสง และเสียง (อ่านเรื่อง MCP ได้ที่ MCP คืออะไร)

ตัวเลขดี ไม่เท่ากับดีกับงานของเรา ตัวเลขทั้งหมดนี้ Google รายงานเอง ยังไม่เห็นการทดสอบอิสระ และชุดทดสอบแต่ละชุดวัดงานแบบเฉพาะ ก่อนจ่ายเงินจำนวนมาก ให้เตรียมโจทย์จริงของเราสัก 10–20 ข้อ แล้วลองเทียบกับโมเดลที่ใช้อยู่เอง

ใครใช้ได้บ้าง

กลุ่มทางเข้าหมายเหตุ
นักพัฒนาGemini API ผ่าน Google AI Studio และ Android Studioต้องเป็นแผนเสียเงิน ไม่มีในระดับฟรี
องค์กรGemini for business, API, Google Antigravity–
สมาชิก Google AI Pro และ Ultraแอป Gemini และ AI Mode ใน Search–
สมาชิก UltraGoogle Antigravity–
นักวิทยาศาสตร์สมัครขอใช้ Antigravity ระดับสูงสุดฟรี 6 เดือนต้องผ่านการคัดเลือก
นักป้องกันไซเบอร์โปรแกรม Fairwind (รุ่นที่ไม่มีตัวกันด้านไซเบอร์)เปิดเฉพาะผู้ที่ได้รับเลือก

หน้าประกาศไม่ได้พูดถึงผู้ใช้แอปแบบฟรี และไม่ได้ระบุขีดจำกัดการใช้ในแอป เงื่อนไขตามประเทศ หรือราคาสมาชิก เรื่องพวกนี้ต้องดูในหน้าแผนของ Google เอง

ลองในแอป Gemini

  1. เช็กแผน ต้องเป็นสมาชิก Google AI Pro หรือ Ultra
  2. เปิดแอป Gemini แล้วใช้แชตหลัก Google บอกว่า Argon ตอบตรงขึ้นและลังเลน้อยลง
  3. ลองโหมด Tasks เปิดได้จากแชต Google บอกว่าโหมดนี้ทำงานแทนเราได้แม้เราไม่ได้อยู่หน้าคอม
  4. ถ้าเขียนโค้ด หน้าจอเขียนโค้ดของ Google Antigravity อยู่ในแอป Gemini บน macOS สลับระหว่างแชตกับโค้ดได้

แอป Gemini ยังเชื่อมกับแอปอื่นได้มากกว่า 40 แอป เช่น Instacart, OpenTable, Adobe และ Shopify ถ้าไม่เห็นตัวเลือกโมเดลใหม่ ให้อัปเดตแอป และเช็กว่าแผนเป็น Pro หรือ Ultra

ลองผ่าน Gemini API

ขอคีย์และเปิดการเรียกเก็บเงิน

  1. ขอคีย์ ที่หน้า API keys ของ Google AI Studio ผู้ใช้ใหม่จะได้โปรเจกต์และคีย์ให้อัตโนมัติ หรือสร้างคีย์ใหม่เองได้
  2. เปิดการเรียกเก็บเงิน เพราะ Argon ไม่มีในระดับฟรี ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอของ Google
  3. ตั้งวงเงินหรือการแจ้งเตือนค่าใช้จ่าย ในบัญชีก่อนรันอะไรจริงจัง กันบิลบานปลาย

คีย์ API คือรหัสผ่านที่ผูกกับบัตรเครดิต ห้ามใส่คีย์ในโค้ดที่อัปขึ้น GitHub ห้ามส่งให้ใคร และถ้ารั่วให้ลบแล้วสร้างใหม่ทันที ใครได้คีย์ไปก็ใช้โมเดลแล้วส่งบิลมาที่เราได้ ดูคลิปนี้ประกอบได้ครับ

ดูคลิปนี้บน YouTube

ติดตั้ง SDK และตั้งคีย์

Terminal (Python)
pip install -U google-genai
Terminal (JavaScript)
npm install @google/genai

SDK จะอ่านคีย์จากตัวแปรสภาพแวดล้อมชื่อ GEMINI_API_KEY เอง จึงไม่ต้องเขียนคีย์ลงในโค้ด

Terminal (macOS / Linux)
export GEMINI_API_KEY="YOUR_API_KEY"
PowerShell (Windows)
$env:GEMINI_API_KEY="YOUR_API_KEY"

ทั้งสองแบบตั้งค่าชั่วคราวเฉพาะหน้าต่างนั้น ปิดหน้าต่างแล้วหาย (เอกสาร quickstart แสดงเฉพาะคำสั่งของ macOS/Linux ส่วนคำสั่งของ PowerShell เป็นวิธีทั่วไปของ Windows)

เรียกครั้งแรก

test.py
from google import genai
 
client = genai.Client()
 
interaction = client.interactions.create(
    model="gemini-4-argon",
    input="Explain how AI works in a few words",
)
print(interaction.output_text)
Terminal
python test.py

ถ้าใช้ JavaScript ให้ตั้งชื่อไฟล์เป็น .mjs เพื่อใช้ import และ await ได้ตรงๆ

test.mjs
import { GoogleGenAI } from "@google/genai";
 
const ai = new GoogleGenAI({});
 
const interaction = await ai.interactions.create({
  model: "gemini-4-argon",
  input: "Explain how AI works in a few words",
});
console.log(interaction.output_text);
Terminal
node test.mjs

genai.Client() สร้างตัวเชื่อมต่อโดยอ่านคีย์จาก GEMINI_API_KEY แล้ว interactions.create ส่งคำสั่งไปให้โมเดล gemini-4-argon ผลลัพธ์ที่ได้คือข้อความตอบสั้นๆ (เนื้อหาเปลี่ยนไปทุกครั้งที่รัน) ถ้ารันแล้วค้างนาน ไม่ต้องตกใจ โมเดลคิดก่อนตอบ งานยากใช้เวลาหลายนาทีได้

เช็กว่าได้แล้ว: รันแล้วได้ข้อความตอบกลับพิมพ์ออกมา โดยไม่มี error เรื่องคีย์หรือโมเดล

ตั้งระดับการคิด

ระดับการคิดกำหนดว่าโมเดลจะคิดนานแค่ไหนก่อนตอบ คิดมากขึ้นมักตอบดีขึ้นในงานยาก แต่ช้าลงและแพงขึ้น เพราะ token ที่ใช้คิดนับเป็นเอาต์พุต เอกสารแนะนำให้ลองทั้งสามระดับ แล้วเลือกระดับต่ำสุดที่คุณภาพยังพอ

test.py (ส่วนที่เปลี่ยน)
interaction = client.interactions.create(
    model="gemini-4-argon",
    input="Summarize this paragraph in one sentence: ...",
    generation_config={"thinking_level": "low"},
)

งานยาวหรือโค้ดซับซ้อน เอกสารแนะนำให้รันเบื้องหลัง (background: true) และตั้ง max_output_tokens เป็น 131,072 หรือ 262,144 และถ้าเรียกแบบรอผล ให้ตั้ง timeout ของโปรแกรมฝั่งเราอย่างน้อย 15 นาที

ราคาและวิธีคิดค่าใช้จ่าย

ราคาต่อ 1 ล้าน token จากหน้า pricing ของ Gemini API (อินพุต / เอาต์พุตที่รวมการคิด)

ระดับถึง 30 พ.ย. 2026ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2026
Standard$2 / $10$4 / $20
Batch$1 / $5$2 / $10
Flex$1 / $5$2 / $10
Priority$3.60 / $18$7.20 / $36
  • ไม่มีระดับฟรี สำหรับ Gemini 4 Argon
  • อินพุตที่แคช Standard คิด $0.10 ต่อ 1 ล้าน token (หลัง 1 ธ.ค. เป็น $0.20) แคชเกิดอัตโนมัติกับคำสั่งตั้งแต่ 4,096 token ขึ้นไป ไม่รองรับการสั่งแคชเอง
  • ค้นด้วย Google Search ฟรี 5,000 ครั้งต่อเดือน (ใช้ร่วมกับโมเดล Gemini 3 ขึ้นไป) หลังจากนั้น $14 ต่อ 1,000 ครั้ง

สูตรคิดค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งคำสั่ง

สูตร
ค่าใช้จ่าย = (I / 1,000,000) × ราคาอินพุต + (O / 1,000,000) × ราคาเอาต์พุต
 
I = จำนวน token อินพุต
O = จำนวน token เอาต์พุต (รวม token ที่ใช้คิด)
ตัวอย่าง (คำนวณเอง)ราคาเปิดตัวหลัง 1 ธ.ค. 2026
อินพุต 100,000 + เอาต์พุต 10,000$0.30$0.60
อินพุต 1,000,000 + เอาต์พุต 50,000$2.50$5.00
แบบแรก 1,000 ครั้ง$300$600

ดูแถวแรกเป็นตัวอย่าง ราคาเปิดตัวคือ 0.1 × $2 + 0.01 × $10 = $0.20 + $0.10 = $0.30 จะเห็นว่าเอาต์พุตแพงกว่าอินพุต 5 เท่า และ token ที่ใช้คิดนับเป็นเอาต์พุต การลดระดับการคิดจึงเป็นวิธีประหยัดที่ได้ผลที่สุด รองลงมาคือใช้ Batch หรือ Flex กับงานที่ไม่รีบ ซึ่งถูกกว่า Standard ครึ่งหนึ่ง

คำนวณจากตัวเลขจริงของงานเรา ช่วงทดลอง ให้จดจำนวน token ที่ API รายงานกลับมาในแต่ละครั้ง แล้วคูณกับราคาของช่วงหลัง 1 ธ.ค. ด้วย จะได้งบที่ใช้วางแผนได้จริง ไม่ต้องตกใจตอนราคาขึ้น

ย้ายมาจากรุ่นก่อน ต้องแก้อะไร

สิ่งที่เปลี่ยนต้องทำ
ไม่รองรับการสั่งแคชเองลบ cached_content และการสร้างแคชออกจากคำขอ ใช้แคชอัตโนมัติแทน
temperature, top_p, top_kลบออก ถ้าใส่มาจะถูกเมิน
บทสนทนาหลายรอบใช้ previous_interaction_id ให้เซิร์ฟเวอร์เก็บสถานะ
การคิดนับใน max_output_tokensถ้าเคยตั้งต่ำกว่า 32K ให้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 32,768 หรือลดระดับการคิดแทน
งานยากใช้เวลานานรันเบื้องหลัง หรือตั้ง timeout อย่างน้อย 15 นาที

ข้อควรระวังและแก้ปัญหา

  1. ตัวเลขผลงานเป็นของ Google เอง ลองกับงานจริงของเราก่อนตัดสินใจ
  2. ราคาขึ้นเท่าตัวตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2026 วางงบด้วยราคาใหม่ไว้ก่อน
  3. 1 ล้าน token คือขีดรวม ไม่ใช่ความยาวคำตอบ คำตอบปกติสูงสุด 65,536 token
  4. ระวังข้อมูลลับ ข้อมูลที่ส่งผ่าน API ถูกประมวลผลโดย Google อ่านเงื่อนไขการใช้ข้อมูลของบริการก่อนส่งข้อมูลสำคัญ ถ้าต้องการให้ข้อมูลอยู่ในเครื่องจริงๆ ดูทางเลือกแบบ Ollama
อาการสาเหตุวิธีแก้
ไม่พบโมเดล gemini-4-argonพิมพ์ชื่อผิด หรือบัญชียังไม่มีสิทธิ์เทียบชื่อกับหน้าเอกสารของโมเดล
ขึ้นว่าใช้ระดับฟรีไม่ได้Argon ไม่มีในระดับฟรีเปิดการเรียกเก็บเงินในบัญชี
error เรื่องคีย์ยังไม่ได้ตั้ง GEMINI_API_KEY ในหน้าต่างนี้ตั้งตัวแปรใหม่ แล้วรันในหน้าต่างเดียวกัน
คำขอหมดเวลางานยากใช้เวลานานตั้ง timeout อย่างน้อย 15 นาที หรือรันเบื้องหลัง
คำตอบหยุดกลางคันชน max_output_tokens ซึ่งนับรวมการคิดเพิ่มค่า หรือลดระดับการคิด
ใส่ cached_content แล้วพังไม่รองรับการสั่งแคชเองลบออก ใช้แคชอัตโนมัติ

ไปต่อ

สรุป

  • Gemini 4 Argon (gemini-4-argon) คือโมเดลเรือธงด้านการคิดของ Google เน้นงานซอฟต์แวร์ งานความรู้ในองค์กร และงานป้องกันไซเบอร์
  • หน้าต่างบริบท 1,048,576 token ใช้ร่วมกันทั้งอินพุต การคิด และเอาต์พุต คำตอบปกติสูงสุด 65,536 token
  • ตัวเลขผลงานเป็นสิ่งที่ Google รายงานเอง ลองกับงานจริงก่อนตัดสินใจ
  • ใช้ได้ในแอป Gemini สำหรับสมาชิก AI Pro/Ultra และผ่าน API แบบเสียเงินเท่านั้น เรียกด้วย interactions.create และอ่านคีย์จาก GEMINI_API_KEY
  • ราคา Standard $2/$10 ต่อ 1 ล้าน token ถึง 30 พ.ย. แล้วเป็น $4/$20 คิดค่าใช้จ่ายด้วยสูตร (I/1M × ราคาอินพุต) + (O/1M × ราคาเอาต์พุต)

พร้อมแล้วก็ไปทำ Quiz ท้ายบทด้านล่างเพื่อรับ XP ได้เลยครับ

Quiz ท้ายบท

5 ข้อ · ข้อละ 10 XP

ทดสอบความเข้าใจเรื่อง Gemini 4 Argon ตอบถูกข้อละ 10 XP

  • 5 ข้อ
  • ไม่จับเวลา
  • เฉลยทันทีทุกข้อ